2.3 การจำแนกธาตุและประโยชน์

ธาตุแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามสมบัติทางกายภาพ

1. โลหะ (metal)

เป็นธาตุที่พบมากที่สุด ส่วนมากอยู่ในสถานะของแข็ง ยกเว้นปรอทที่มีสถานะเป็นของเหลว แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคสูงทำให้มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวที่สูง ผิวเป็นมันวาว สามารถนำมาตีเป็นแผ่นได้ นำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี และสามารถทำปฎิกิริยากับกรดได้ฟองแก๊สไฮโดรเจนเสมอ

ปรอท

ปรอท

ทองแดง

ทองแดง

อลูมิเนียม

อลูมิเนียม

ธาตุโลหะบางชนิด

2. อโลหะ (non-metal)

เป็นธาตุที่มีพื้นผิวไม่มันวาว นำไฟฟ้าและความร้อนได้ไม่ดี จุดเดือดและจุดหลอมเหลวต่ำ เปราะ ทุบแล้วแตก ไม่สามารถทำปฏิกิริยากับกรดเพื่อให้ฟองแก๊สไฮโดรเจนได้

คาร์บอน

คาร์บอน

กำมะถัน

กำมะถัน

ฟอสฟอรัส

ฟอสฟอรัส

ธาตุอโลหะบางชนิด

3. กึ่งโลหะ (metalloid)

เป็นธาตุที่มีสมบัติระหว่างโลหะและอโลหะดังนี้ นำไฟฟ้าได้ไม่ดี ณ อุณหภูมิห้อง แต่การนำไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง มีความแข็งแต่เปราะ ได้แก่ โบรอน ซิลิคอน เจอร์มาเนียม อาร์เซนิก พลวง เทลลูเรียม และพอโลเนียม

โบรอน

โบรอน

ซิลิคอน

ซิลิคอน

พลวง

พลวง

ธาตุกึ่งโลหะบางชนิด

ตารางเปรียบเทียบสมบัติของธาตุ โลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ

สมบัติธาตุโลหะธาตุอโลหะธาตุกึ่งโลหะ
สถานะของแข็ง (ยกเว้นปรอท)มีทั้ง 3 สถานะของแข็ง
จุดเดือด/จุดหลอมเหลวสูงต่ำ (ยกเว้นคาร์บอน)ค่อนข้างสูงถึงสูง
การนำไฟฟ้า/ความร้อนดี (ลดลงเมื่อร้อน)ไม่นำ (ยกเว้นแกรไฟต์)นำไฟฟ้าได้บ้าง
ความเหนียวแข็ง เหนียว ตีแผ่ได้ส่วนมากเปราะเปราะ
ลักษณะผิวมันวาวผิวด้าน (ยกเว้นเพชร ฯลฯ)บางชนิดมันวาว/ผิวด้าน
เสียงเมื่อเคาะกังวานไม่กังวานไม่กังวาน
ความหนาแน่นมากน้อยค่อนข้างมาก

ประโยชน์ของธาตุในชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ธาตุโลหะ

ประโยชน์ของธาตุโลหะ

ประโยชน์ธาตุกึ่งโลหะ

ประโยชน์ของธาตุกึ่งโลหะ

ประโยชน์ธาตุอโลหะ

ประโยชน์ของธาตุอโลหะ

ธาตุกัมมันตรังสี

มีธาตุโลหะ อโลหะ หรือกึ่งโลหะบางชนิดสามารถแผ่รังสีได้ เรียกว่า ธาตุกัมมันตรังสี (radioactive element) เช่น เรดอน ยูเรเนียม พอโลเนียม การแผ่รังสีออกมาอย่างต่อเนื่องเรียกว่า กัมมันตภาพรังสี (radioactivity)

ประโยชน์ของธาตุกัมมันตรังสี

นำมาใช้ประโยชน์หลายด้าน เช่น การแพทย์ ถนอมอาหาร การเกษตร อุตสาหกรรม ธรณีวิทยา

ธาตุกัมมันตรังสีสัญลักษณ์ประโยชน์
โซเดียมNa-24ตรวจระบบการไหลเวียนของเลือด
ไอโอดีนI-131ตรวจความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
เรเดียมRa-226ใช้ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และรักษาโรคมะเร็ง
โคบอลต์Co-60ใช้ในการถนอมอาหารและรักษาโรคมะเร็ง
ปรอทHg-203ตรวจสอบความผิดปกติของไตและสมอง
ทองคำAu-198ตรวจสอบความผิดปกติของตับและไขกระดูก
ยูเรเนียมU-235เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
ฟอสฟอรัสP-32ใช้รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว
คาร์บอนC-14หาอายุของซากดึกดำบรรพ์และวัตถุโบราณ
เหล็กFe-59ใช้วัดอัตราการสร้างและอายุของเม็ดเลือดแดง

โทษของธาตุกัมมันตรังสี

ส่งผลให้ร่างกายมีอาการแตกต่างตามความเข้มข้นของรังสีที่ได้รับ เช่น ผิวหนังถูกทำลาย คลื่นไส้ ผมร่วง หากได้รับปริมาณมากเม็ดเลือดขาวจะถูกทำลายและถึงชีวิตได้ โดยทั่วไปบริเวณที่มีรังสีจะมีสัญลักษณ์เตือนไว้

สัญลักษณ์รังสี

สัญลักษณ์เตือนรังสี

เชอร์โนบิล

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่เชอร์โนบิล พ.ศ. 2529